“บูล พงศ์ทิวัตถ์” เปิดใจ ดราม่าแฟน ๆ ไล่ออกจากเฟรม “ซี-นุนิว” สายตรงขอโทษ

บูล พงศ์ทิวัตถ์

เปิดใจให้ฟังเป็นครั้งแรก สำหรับดาราหนุ่ม บูล พงศ์ทิวัตถ์ หลังเกิดประเด็นดราม่าเมื่อถูก

แฟนคลับกลุ่มหนึ่งขอให้ขยับตัวออกมาจากเฟรมถ่ายภาพ

กระทั่งกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์และเกิดแฮชแท็ก #ไล่ศิลปินคนอื่นทำไม ในทันที

ล่าสุด บูล พงศ์ทิวัตถ์ ก็ได้เผยถึงเรื่องราวในวันนั้นให้ฟังว่า “สถานการณ์ในเวลานั้นคือจะเป็นการออกมาถ่ายภาพรวมกันด้านนอกครับ คือจริง ๆ ในเวลานั้นผมก็งงมาก ๆ เหมือนกัน เพราะเหตุว่าในระหว่างที่เห็นในคลิป ผมกำลังทำมือล้วงกระเป๋าอยู่ เพราะเหตุว่าผมเห็นมือพี่เขา ผมก็คิดว่าพี่เขาจะขอถ่ายภาพ แต่ว่าสรุปก็คือพี่เขาให้ขยับ ผมก็เลยขยับให้”

บูล พงศ์ทิวัตถ์2

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ในเวลานั้นแอบเสียความรู้สึกไหม ?
“ไม่ครับ คือในเวลานั้นผมงง ๆ มากกว่า ยังไม่ทันได้คิด ผมกำลังประเมินผลอยู่ครับว่าสถานการณ์ในเวลานั้นคืออะไร พอคิดได้ว่า อ๋อ เข้าใจแล้วว่าเขาจะถ่ายภาพคู่ ผมก็เลยหันไปกระซิบพี่ต่อว่า อ๋อ เขาจะถ่ายภาพคู่กัน”

ทาง ต่อ ธนภพ บอกว่าตัวเขาเองไม่ได้ยิน ?
“ใช่ ๆ ผมได้ยินแบบเสียงแว่ว ๆ ครับ พอเห็นมือที่เขาเลยทราบว่า พี่เขาให้ขยับ เราก็ประมวลว่าเขาน่าจะถ่ายภาพคู่กัน”

ตกใจไหม พอเห็นกระแสดราม่าเกิดขึ้น กลายเป็นเรื่องใหญ่เลย ?
“ในเวลานั้นพี่ผู้จัดการส่งมาให้ดูครับ ในเวลานั้นคือยังงง ๆ มากกว่า ถามคำถามว่าในช่วงเวลานี้ยังติดใจอะไรอยู่ไหม ไม่ได้ติดใจอะไรเลยครับ อีกอย่างทางพี่ซีและน้องนุนิวก็มีโอกาสได้คุยกันครับ เขาก็มีมาขอโทษ เขาบอกว่ารู้สึกไม่สบายใจ ผมก็รู้สึกได้ว่าเขาก็ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นครับ เขาโทรมาบอกด้วยตัวเองเลยครับ ในเวลานั้นเขาอยู่ด้วยกัน เลยมีโอกาสได้คุยพร้อมเลยครับ”

บูล พงศ์ทิวัตถ์2

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ทางด้านแฟนคลับเราเอง ก็ออกมาซัพพอร์ตเราเหมือนกัน ?
“ใช่ครับ ก็ต้องขอบคุณที่เป็นห่วงผมครับ ตัวผมเองก็ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบงี้ครับ จริง ๆ ตัวผมเองนาน ๆ ทีด้วยที่ออกงาน ไม่ค่อยได้เจอคนเยอะ ผมว่าไม่มีใครอยากให้เรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้นหรอกครับ”

มีคนเปิดวาร์ป และชื่นชอบเราเพิ่มมากขึ้น ?
“ขอบคุณครับ ไม่คิดว่าจะมีคนรู้จักเราและเป็นห่วงเราเยอะขนาดนี้”

มีคนมาซัพพอร์ตเรามากไม่น้อยเลยทีเดียว ได้เห็นบ้างไหม ?
“เห็นครับ (ยิ้ม) ถ้าหากถามคำถามว่าฐานแฟนคลับมากขึ้นไหม ผมว่าเหมือนมีคนรู้จักเราเยอะขึ้นมากกว่าครับ มีคนเป็นห่วงเราเยอะขึ้น”